INFOPRO 3D ERP for Business
ระบบบริหารทรัพยากรองค์กรแบบ 3 มิติ สำหรับธุรกิจ
รายละเอียด
โปรแกรมสำเร็จรูประบบบริหารทรัพยากรองค์กรแบบ 3 มิติ (INFOPRO 3D ERP System) ที่บริษัท INFOPRO พัฒนาขึ้นเป็นระบบที่เหมาะสำหรับธุรกิจตั้งแต่ขนาดเล็ก (ที่มีความต้องการวัดผลการดำเนินงานแยกตามหน่วยธุรกิจ เช่นตามกลุ่มสินค้า หรือวางแผนเติบโต/ขยายธุรกิจในอนาคตโดยไม่ต้องเปลี่ยนระบบ) จนถึงขนาดใหญ่ที่มีผู้ใช้งานจำนวนมาก มีบริษัทในเครือ หรือมีสาขาที่อยู่ในพื้นที่ห่างไกลกัน และมีความต้องการเรียกดูข้อมูลหรืองบการเงินแยกตามบริษัทในเครือ ตามสาขา และดูรวมทุกบริษัท/สาขาทั้งองค์กรได้แบบเป็น Online Real time ระบบประกอบด้วยระบบย่อยต่างๆ ที่เชื่อมต่อกัน (Integrated Application Software) และลูกค้าสามารถเลือกใช้ระบบย่อยได้ตามต้องการ ดังนี้
- ระบบขาย (Sales and Order Processing)
- ระบบลูกค้าสัมพันธ์ (Customer Relation Management)
- ระบบจัดทำและควบคุมงบประมาณ (Budgeting)
- ระบบการเงิน (รับ,จ่าย) (Finance)
- ระบบเจ้าหนี้ (Accounts Payable)
- ระบบลูกหนี้ และเงินยืมทดรองจ่าย (Accounts Receivable)
- ระบบบัญชีแยกประเภท ( General Ledger) และระบบสร้างรายงาน (G/L Report Generator)
- ระบบจัดซื้อจัดจ้าง และ ประเมินผู้ขาย (Purchasing and Vendor Evaluation)
- ระบบคลังสินค้า (Multi warehouse and Inventory control)
- ระบบทรัพย์สินถาวร (Fixed Assets)
- ระบบบริหารงานบุคคล (Human Resource Management)
- ระบบรักษาความปลอดภัยข้อมูล (Security)

จุดเด่นของระบบ
- ด้านโปรแกรมระบบงาน (Application Software)
ระบบบริหารทรัพยากรองค์กร 3 มิติ (Infopro 3D ERP system) มีหลักการเด่นคือเป็นระบบ 3 มิติ ซึ่งแต่ละมิติผู้ใช้งานสามารถกำหนดได้ตามความต้องการของธุรกิจ กล่าวคือ
มิติที่ 1 บริษัท (Company) ระบบสามารถกำหนดบริษัทได้มากกว่า 1 บริษัท ซึ่งอาจหมายถึงบริษัทในเครือ หรือธุรกิจย่อย หรือ สาขา ซึ่งระบบจะสามารถออกงบดุล งบทดลอง งบกำไรขาดทุนแยกตามบริษัท หรือบริษัทในเครือ หรือธุรกิจได้ และยังสามารถรวมทั้งหมดเป็นภาพรวมทั้งองค์กรใหญ่ได้
มิติที่ 2 หน่วยธุรกิจ (Business unit) ระบบสามารถกำหนดหน่วยธุรกิจในองค์ได้หลายหน่วยธุรกิจ ดังนั้นองค์สามารถดูงบกำไรขาดทุนของแต่ละหน่วยธุรกิจ หรือดูรวมได้ หรืออาจกำหนดเป็นแผนงาน, ฝ่าย, Cost center, Profit center, product หรือ อื่นๆ ตามความต้องการ ทำให้ทราบผลกำไรขาดทุนของแต่ละแผน, หน่วยธุรกิจ, ฝ่าย, Cost center, Profit center, product หรือ อื่นๆ ตามความต้องการ
มิติที่ 3 หน่วยธุรกิจย่อย/งาน/โครงการ ระบบสามารถกำหนดหน่วยธุรกิจย่อย หรือ งาน หรือ โครงการในองค์กรได้หลายธุรกิจย่อย/งาน/โครงการ ดังนั้นองค์กรสามารถดูงบกำไรขาดทุนของแต่ละธุรกิจย่อย/งาน/โครงการ หรือดูรวมได้ หรืออาจกำหนดเป็นหน่วยงานย่อย หรือ อื่นๆ ตามความต้องการ ซึ่งจะทำให้สามารถทราบผลกำไรขาดทุนของแต่ละธุรกิจย่อย/งาน/โครงการหน่วยงานย่อย หรือ หรือ อื่นๆ ตามที่กำหนดได้
- ด้านเทคโนโลยี
เป็นระบบที่ใช้เทคโนโลยีแบบเปิด (Open system) และทันสมัย เนื่องจาก
- ผู้ใช้งานสามารถใช้ระบบได้ทั้งแบบ Client/Server และ/หรือแบบ Web Application กรณีใช้แบบ Client/Server ต้องติดตั้งระบบที่เครื่อง PC แต่กรณีใช้แบบ Web Application สามารถเรียกใช้โปรแกรมผ่าน Web Browser ผู้ใช้แต่ละคนในองค์กรเดียวกันเลือกใช้ต่างกันได้
- สามารถใช้งานได้ทั้งใน Local Area Network (LAN) และ Wide Area Network (WAN)
- ใช้ฐานข้อมูลมาตรฐานสากล มีความน่าเชื่อถือสูง ได้รับความไว้วางใจจากองค์กรต่างๆ ในการเก็บฐานข้อมูลที่ต้องการความปลอดภัยสูง
- ระบบถูกพัฒนาโดยใช้ Object Oriented Tools จึงทำให้การปรับโปรแกรม (Customization) หรือการพัฒนาโปรแกรมเพิ่มเติมเป็นไปอย่างคล่องตัว และรวดเร็ว ใช้ Case tools ในการออกแบบ database, ใช้ RAD (Rapid application Development Methodology) ในการพัฒนาระบบ
- เป็นระบบ 2 ภาษา (ไทย-อังกฤษ) ตามที่ผู้ใช้เลือก กรณีต้องการให้เป็นภาษาอื่นสามารถ Customize ได้
- เป็นระบบเชื่อมต่อกัน (Integrated application software)
- เป็นระบบ Online Real time
- ใช้ได้หลายคนพร้อมกัน (Multi users application)
- การกำหนดค่าต่างๆ ถูกออกแบบเป็น Parameter ผู้ใช้สามารถกำหนดได้เอง การเพิ่มข้อมูลไม่จำกัดจำนวนและเรียกดูประวัติย้อนหลังได้
3. ด้านบุคคลากร และ วิธีการนำระบบมาใช้จริง (Implementation Methodology)
ในแต่ละโครงการบริษัทจัดเตรียมบุคคลากรที่มีความรู้ความสามารถที่เหมาะสมในการทำงานร่วมกับลูกค้า และในการนำระบบมาใช้จริง บริษัทมีวิธีการ (INFOPRO Implementation Methodology) เป็นมาตรฐานที่พิสูจน์มาแล้วว่าวิธีการนี้สามารถที่จะทำให้โครงการประสบความสำเร็จ อีกทั้งช่วยลดแรงต่อต้านจากผู้ใช้ระบบด้วย
- ระบบถูกนำมาใช้จริงในหลายองค์กรทั้งขนาดเล็กและขนาดใหญ่เป็นเวลาหลายปีจนถึงปัจจุบัน
ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ
ประโยชน์ที่ท่านจะได้รับจากการนำระบบบริหารทรัพยากรองค์กรแบบ 3 มิติ มาใช้มีดังนี้
- ออกงบการเงินต่าง ๆ ได้รวดเร็ว ถูกต้อง (Online Realtime) เช่น งบดุล งบรายรับ-รายจ่าย งบทดลอง เป็นต้น อีกทั้งยังสามารถรายงานผลตาม 3 มิติ ที่กำหนดไว้ในโครงสร้าง และระดับของผังบัญชีได้ ซึ่งข้อมูลหรือรายงานเหล่านี้เป็นส่วนหนึ่งที่ผู้บริหารสามารถใช้ในการตัดสินใจ ได้
- ข้อมูลของระบบถูกเก็บที่ส่วนกลาง (Computer Server) ทำให้ผู้ใช้ระบบงานและผู้บริหารเข้าถึงข้อมูลชุดเดียวกันที่เป็นชุดปัจจุบันอยู่เสมอ ทำให้ลดปัญหาเรื่องการตรวจสอบกระทบยอด (Reconcile) ระหว่างระบบหรือหน่วยงานได้
- ระบบมีการป้องกันการเข้าถึงข้อมูลของผู้ใช้ (Security) ตามมาตรฐานสากล ซึ่งสามารถกำหนดสิทธิให้ผู้ใช้แต่ละระดับว่าจะเข้าถึงระบบใด หน้าจอใด และข้อมูลใดได้บ้าง ทำให้มีความปลอดภัยของข้อมูลสูง
- ระบบมีความสามารถในการตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูล (Data Validation) เพื่อป้องกันความผิดพลาดเบื้องต้นได้ เช่น ไม่สามารถลงบัญชีในรหัสบัญชีที่ไม่มีอยู่ในผังบัญชีได้ ตรวจสอบยอดเดบิตต้องเท่ากับยอดเครดิตเสมอ เป็นต้น ซึ่งทำให้ผู้ใช้สามารถลดเวลาในการแก้ไขข้อผิดพลาดเหล่านี้ในภายหลังได้ ลดข้อผิดพลาดต่างๆ ในแง่มุมที่ข้อมูลไม่ตรงกัน ประหยัดเวลาในการทำงาน และการตรวจสอบ
- ระบบงบประมาณสามารถช่วยเก็บบันทึกงบประมาณที่ได้รับและที่ใช้จริง ทำให้สามารถควบคุมการใช้งบประมาณได้อย่างมีประสิทธิภาพ รวมถึงสามารถประมาณการรายได้ซึ่งระบบจะทำการเปรียบเทียบรายได้ที่เกิดขึ้นจริงกับรายได้ที่ประมาณการไว้ให้
- ระบบการเงิน มีฟังก์ชันช่วยในการรับ-จ่ายเงิน ได้แก่ พิมพ์เช็ค ใบหักภาษี ณ. ที่จ่าย ภาษีมูลค่าเพิ่ม ออกใบเสร็จ รวมถึงรายงานต่าง ๆ ที่จำเป็นในการทำงานของส่วนงานการเงินได้ ทำให้งานการเงินเป็นระบบ สะดวกรวดเร็ว และให้บริการแก่ผู้ใช้บริการได้ดีขึ้น
- ระบบเจ้าหนี้ สามารถบันทึกรายการเจ้าหนี้ได้ทั้งที่ผ่านและไม่ผ่านจากระบบจัดซื้อจัดจ้าง ควบคุม และวางแผนการจ่ายเงินแก่เจ้าหนี้ได้
- ระบบลูกหนี้ สามารถบันทึกลูกหนี้รายตัว และลูกหนี้เงินยืมทดรองจ่าย ระบบสามารถออกใบแจ้งหนี้ และจดหมายเตือนลูกหนี้เงินยืมทดรอง เพื่อทวงถามได้ด้วย และล้างลูกหนี้เมื่อชำระได้
- ระบบทรัพย์สินถาวร สามารถบันทึกรายการทรัพย์สินถาวร ได้ทั้งที่ผ่านและไม่ผ่านระบบจัดซื้อจัดจ้าง เก็บรูปภาพทรัพย์สิน ระบบมีฟังก์ชันในการคิดค่าเสื่อมราคา การซ่อมบำรุง การเคลื่อนย้าย และมีรายงานเพื่อช่วยในการตรวจนับ ทะเบียนทรัพย์สิน สามารถพิมพ์ และอ่าน Barcode ได้
- ระบบคลังสินค้า สามารถกำหนดได้หลายคลัง (Multi-warehouse) บันทึกรายการการรับจากการจัดซื้อ -จ่าย สินค้า คำนวณต้นทุนสินค้า และมีรายงานเพื่อช่วยในการตรวจนับ เป็นต้น
- ระบบบริหารงานบุคคล สามารถเก็บประวัติบุคคลากร การเลื่อนขั้นเงินเดือน ความดีความชอบรูปถ่าย การฝึกอบรม คำนวณเงินเดือน ภาษี ออกรายงานต่างๆ เพื่อส่งกรมสรรพากร ประกันสังคม ธนาคาร และข้อมูลเพื่อใช้ในการทำ Job Analysis
- ระบบลูกค้าสัมพันธ์สามารถการเก็บข้อมูลลูกค้า ประวัติการติดต่อกับลูกค้าเพื่อใช้ในการติดตามการขาย และสร้างความสันพันธ์กับลูกค้า
ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับในมุมมองผู้บริหาร
- ทราบต้นทุนแท้จริง และทันการณ์
- ทราบรายได้แท้จริง และบริษัท/หน่วยธุรกิจ/งาน/โครงการ (ตาม 3 มิติที่กำหนด) ที่ทำกำไร หรือขาดทุนทำให้มีข้อมูลตัดสินใจลงทุน
- ทราบข้อมูลการรับ การจ่ายเงิน ลูกหนี้ เจ้าหนี้เพื่อวางแผนด้านการเงิน
- วางแผน และควบคุมการใช้งบประมาณ
- วางแผน และควบคุมการสั่งสินค้า เพื่อไม่ให้มีการสำรองสินค้าเกินความจำเป็น หรือขาดแคลน
- ควบคุมทรัพย์สินถาวรเพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุด
- จัดสรรทรัพยากรบุคคลให้สอดคล้องกับปริมาณงาน และคุณสมบัติของบุคคลากร
|
Hardware Architecture ที่ใช้เชื่อมต่อระหว่างสาขาที่อยู่ห่างไกล (Wide Area Network) เป็นดังนี้ |

